หลวงพระบาง ประเทศลาว
  หน้าแรก > คำม่วน (ท่าแขก)
Thai Thai English English
Bookmark and Share
หน้าแรก
ภูมิศาสตร์ประเทศลาว
อาณาจักรล้านช้าง
หลวงพระบางวันนี้
แผนที่หลวงพระบาง
การเดินทาง
รถส่วนตัว
แหล่งท่องเที่ยว
อาหารลาว
พักผ่อนหย่อนใจ
เรียนภาษาลาว
เว็บบอร์ดเรารักหลวงพระบาง
 
Booking Hotels in Laos
 
 
พยากรณ์อากาศ...วันนี้
หลวงพระบาง, ประเทศลาว
 
อุณหภูมิ & เวลาท้องถิ่น
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
หลวงพระบาง
 
คู่มือเที่ยวลาว
การทำหนังสือเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าลาว
Do's & Don't in Laos
คู่มือสำหรับนักลงทุนในลาว
ขับรถส่วนตัวเที่ยวลาว
เช็ครถก่อนเดินทางไกล
กฏจราจรและป้ายสัญญาณ
สนามบินเวียงจันทน์
สนามบินหลวงพระบาง
สนามบินปากเซ
ฮีต 12 ครอง 14 ของคนลาว
การตักบาตรในหลวงพระบาง
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
คำม่วน (ท่าแขก)

คำม่วน (ท่าแขก)

 

 

พยากรณ์อากาศ...แขวงคำม่วน (ท่าแขก), ประเทศลาว

Click for Thakhek, Lao Peoples Republic Forecast


 

คำม่วน/ เมืองท่าแขก

เป็นแขวงใหญ่อีกแขวงหนึ่งของประเทศบนพื้นที่ 16,315 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเมือง (อำเภอ) ต่างๆ 9 เมืองคือ เมืองท่าแขก มหาไซ หนองบก หินบูน ยมราช บัวละพา นากาย เซบังไฟ และไซบัวทอง มีประชากรประมาณ 358,800 คน (ข้อมูลปี 47) เป็นแขวงที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญระหว่างเมืองท่าแขกกับอำเภอของ จังหวัดนครพนม (ปลายปี 54 สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทำให้การคมนาคมระหว่างประเทศทั้ง 2 ได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังชายแดนประเทศเวียดนามได้สะดวก จากชัยภูมิที่ตั้งมีความเหมาะสม ในประวัติศาสตร์ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรฟูนาน และอาณาจักรเจนละที่รุ่งเรืองในอดีต พอมาถึงสมัยพระเจ้าสีโครตะบองเข้ามาสถาปนาเมืองขึ้น เป็นอาณาจักรสีโครตะบอง ยังพบเห็นร่องรอยในสมัยนั้นได้จากโบราณสถานรอบเมือง จนมาถึงยุคสมัยฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง ได้ย้ายเมืองมาตั้งที่เขตเมืองท่าแขกจนถึงปัจจุบัน สำหรับใช้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าจากต่างเมือง และสร้างบ้านเรือนตามแบบฝรั่งเศสไว้บริเวณท่าแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “เมืองท่าแขก” ซึ่งหมายถึงท่าเรือสำหรับแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนนั่นเอง หลังจากประเทศลาวได้รับเอกราช รัฐบาลพยายามเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ให้ฟังดูแล้วมีความเป็นลาวมากขึ้นเป็น “เมืองคำม่วน” แต่ถึงเวลาผ่านไปหลายปีชาวบ้านชาวเมืองก็ยังติดปากเรียก “เมืองท่าแขก” อยู่จนถึงทุกวันนี้

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำที่น่าสนใจในเขตเมืองท่าแขก

ถนนเลียบแม่น้ำโขงท่าแขก

พระธาตุสีโครตะบอง

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำนอกเมืองทางทิศเหนือ

กำแพงเมืองเก่า

ถ้ำน้ำจัน/ ฮุมน้ำโดน

ฮุมกองแลง

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำนอกเมืองทางทิศตะวันออก

ถ้ำปลาฝา (ถ้ำพระ)

ท่าฝรั่ง

ถ้ำนางเอน

ถ้ำพระยาอินทร์

บ้านนาหิน

น้ำตกตาดน้ำสนาม

ถ้ำกองลอ

ถ้ำเซบังไฟ

ด่านชายแดนนาเผ่า-จาลอ


 

ถนนเลียบแม่น้ำโขงท่าแขก

ด้วยบรรยากาศของเมืองเต็มไปด้วยกลิ่นไอบรรยากาศของตึกเก่าที่สร้างในสมัยฝรั่งเศส กับบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มองเห็นบ้านเมือง และองค์พระพนมอันโดดเด่น จึงควรหาโอกาสยามเย็นหรือเช้าเดินเที่ยวชม โดยเริ่มต้นจาก เรือนแถวเก่าบนถนนเจ้าอะนุ ปัจจุบันเป็นร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม เลี้ยวขวาที่ ลานน้ำพุจัตุรัสของเมือง เลาะเรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง จะเห็นเรือภัตตาคารและดิสโก้เธคจอดอยู่ริมฝั่ง ผ่าน วัดเก่านาโบ จะเห็นโรงแรม สุขสมบูรณ์  เป็นอาคารหรูหราที่สุดในสมัยนั้น สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมอาร์ตเดอโกผสมกับนีโอร็อคโกโก้ ต่อไปไม่ไกลจะเป็น ท่าเรือข้ามฟาก จากฝั่งประเทศไทย ได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวสัญจรไปมา

 

 

 

พระธาตุสีโครตะบอง

เวลาเปิด-ปิด: 08.00 น.-18.00 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 2,000 กีบ

ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร องค์พระธาตุตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง คาดว่าสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 โดยพระเจ้านันทเสนในสมัยที่เมืองท่าแขกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักสีโครตะบอง หลังจากนั้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสั่งให้มีการบูรณะใหม่ ส่วน “สิม” (อุโบสถ) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุวงศ์ ด้วยประวัติที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรของพระเจ้าสีโครตะบอง ตามตำนานเล่าว่า แต่เดิมเป็นชาวบ้านสามัญชนธรรมดา ได้รับการบวชเรียนตั้งแต่เด็ก และด้วยความทุกข์ยากของบ้านเมืองขณะนั้น จึงสึกมารับใช้ท่านเจ้าเมือง อยู่มาวันหนึ่งเข้าป่าไปตัดไม้เพื่อมาหุงหาอาหาร พบไม้งิ้วด้วยความไม่รู้จึงนำไม้มากวนข้าว พอกินข้าวเสร็จ รู้สึกตัวเองมีกำลังวังชาเกิดขึ้น ในสมัยนั้นอาณาจักแห่งนี้มีช้างป่านับล้านตัว (เป็นที่มาของชื่ออาณาจักรล้านช้าง) เข้ามารุกรานพืชผลการเกษตรของชาวบ้านเสียหาย ไม่มีผู้ใดกล้าปราบ จนเจ้าประกาศหาผู้กล้า หากสามารถปราบช้างได้จะยกพระธิดาให้ เจ้าสีโครตะบองจึงอาสาออกปราบช้างจนสำเร็จ และอภิเษกกับเจ้าหญิง จึงแยกออกมาตั้งเมืองใหม่ ด้วยความเก่งกาจสามารถทรงตีเอาเมืองน้อยใหญ่ใกล้-ไกลจนเป็นเมืองขึ้นได้หมด เจ้าเมืองเดิมที่เคยยกพระธิดาให้ เกรงว่าสักวันต้องตกเป็นเมืองขึ้นไปด้วย แต่ด้วยความที่เจ้าสีโครตะบองร่ำเรียนวิชาอาคม ฟันแทงไม่เข้า เจ้าเมืองเดิมจึงออกอุบายให้พระธิดาลองถามจนรู้จุดอ่อน และสั่งให้คนนำเหล็กแหลมไปตั้งไว้ในห้องสุขา จนเจ้าสีโครตะบองถูกเหล็กเสียบที่ทวารจนสิ้นพระชนม์ นั่นเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาจากครั้งอดีต

 

 

 

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำนอกเมืองทางทิศเหนือ (ทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ – ปากซัน)

กำแพงเมืองเก่า

บนทางหลวงหมายเลข 13 เหนือมุ่งหน้าไปเมืองปากซันประมาณ 8 กิโลเมตร ทางฝั่งซ้ายมือจะเห็นป้ายถ้ำแม่พระมาลิอาแห่งเมืองลูก ตรงไปประมาณ 150 เมตร จะเห็นแนวกำแพงโบราณที่นักโบราณคดีคาดว่ามีอายุเก่ากว่า 1,500 ปี

 

 

 

ถ้ำน้ำจัน/ ฮุมน้ำโดน

ถัดจากเมืองเก่าไปประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จะพบภูเขาหินปูนสูงใหญ่ ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้จันทน์สูงประมาณ 15 เมตร ไม่ไกลนักจะพบลำธารน้ำโดน ที่ไหลออกมาจากถ้ำสามารถลงไปเล่นน้ำได้ ด้วยถนนที่ทุรกันดารก่อนเข้าชมควรตรวจสอบเส้นทางกับแผนกท่องเที่ยวประจำเมืองก่อน

 

 

 

ฮุมกองแลง

บนทางหลวงหมายเลข 13 เหนือประมาณ 30 กิโลเมตร จะพบป้ายทางเข้าป่าสงวนแห่งชาติพูหินบูน เข้าไปทางลูกรังอีกประมาณ 18 กิโลเมตร จนถึงภูเขาหินปูนที่สวยงาม เป็นแอ่งน้ำใหญ่มีน้ำไหลออกมาจากใต้ภูเขา เคยมีนักสำรวจชาวต่างประเทศใช้อุปกรณ์ดำน้ำเพื่อวัดความลึกได้ถึง 200 เมตร ด้วยคำร่ำลือจากชาวบ้านว่า “กองแลง” หมายถึงกลองที่ใช้ในวัดสำหรับตีในเวลาตอนเย็น ทุกๆ วันพระชาวบ้านในละแวกนั้น จะได้ยินเสียงกลองออกมาจากป่าบริเวณนี้ทั้งที่ไม่มีใครอาศัยอยู่

 

 

 

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำนอกเมืองทางทิศตะวันออก (ทางหลวงหมายเลข 12 – ด่านชายแดน)

ถ้ำปาฝา (ถ้ำพระ)

เวลาเปิด-ปิด: 08.00 น.-12.00 น. และ 13.00 น.-17.00 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 2,000 กีบ

จากทางหลวงหมายเลข 12 เลี้ยวเข้าถนนลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร จะเห็นตลาดเล็กๆ ขายอาหาร และเครื่องดื่ม ด้วยความมหัศจรรย์ของถ้ำ และเรื่องราวที่แปลกประหลาด จึงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมอย่างไม่ขาดสาย จากเรื่องราวการค้นพบถ้ำของชาวบ้านชื่อ “บุนนง” เลี้ยงชีพด้วยการหาของป่าขาย วันหนึ่งได้ปีนเข้าไปในถ้ำที่มีความสูงกว่า 20 เมตรจากพื้น เพื่อหาอึ่งอ่างมาทำเป็นอาหาร ได้พบพระพุทธรูปโบราณเป็นจำนวนมาก จึงกลับบ้านไปนอนเพราะคิดว่าตัวเองฝันไป วันรุ่งขึ้นจึงกลับมาพิสูจน์พร้อมด้วยเพื่อนบ้านหลายคน พบพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 600 ปีจำนวน 229 องค์ จึงแจ้งให้ทางการทราบ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเวลาต่อมา ในช่วงหลายๆ ปีก่อนนักท่องเที่ยวยังต้องใช้วิธีปีนบันไดไม้ไผ่พาดขึ้นทางปากถ้ำ หลังจากมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ทางการจึงก่อสร้างบันไดแบบถาวร ด้านใต้ของถ้ำมีสายน้ำเล็กๆ ไหลออกมา สามารถนั่งเรือเข้าไปชมหินงอกหินย้อยภายในถ้ำได้ คำว่า “ปาฝา” หรือปลาฝาในภาษาลาวนั้นหมายถึง “เต่าหรือตะพาบน้ำ” ซึ่งมีอยู่มากในบริเวณนี้

 

 

 

ท่าฝรั่ง

ย้อนกลับไปบนทางหลวงหมายเลข 12 ไม่ไกลนักจะพบป้าย ท่าฝรั่งขับเข้าถนนลูกรังประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบลำธารน้ำเล็กๆ ที่สามารถลงไปว่ายน้ำได้ ในสมัยฝรั่งเศสเข้ามาปกครองใช้เป็นสถานที่พักผ่อน

 

 

 

ถ้ำนางเอน

ถ้ำนางเอน หรือถ้ำนางแอ่น อยู่ห่างจากเมืองท่าแขกบนทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ 18 กิโลเมตรเลี้ยวเข้าถนนลุกรังไม่ไกล ลักษณะเป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีการติดตั้งไฟแสงสี ทำให้มองเห็นหินงอกหินย้อยได้สวยงาม ด้านล่างของถ้ำมีธารน้ำที่ไหลออกมาจากใต้ถ้ำ

 

 

 

ถ้ำพระยาอินทร์

ตั้งอยู่ไมไกลกันนักกับกลุ่มถ้ำที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตามถนนลูกรังจะพบทางขึ้นถ้ำ ควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย สำหรับนักผจญภัยที่ชอบการปีนป่ายสามารถลงไปด้านล่างของถ้ำ เดินลงประมาณ 200 เมตร จะพบปากถ้ำอีกฝั่งหนึ่งเป็นลำธารน้ำไหลออกไปด้านนอก ซึ่งน้ำค่อนข้างลึกจึงต้องใช้ความระมัดระวัง

 

 

 

บ้านนาหิน

หรือบ้านคูนคำ เขตหมู่บ้านตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 8 หรือย้อนขึ้นไปบนเส้นทางหลวงหมายเลข 13 เหนือ แล้วเลี้ยวเข้าทางแยกบ้านเวียงคำ ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร จะถึงบ้านนาหินซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ด้วยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มหัศจรรย์ดึงดูดผู้มาเยือนจากแดนไกล จนภายในเมืองมีการเร่งก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง ร้านอาหาร เฮือนพัก เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

 

 

 

น้ำตกตาดน้ำสนาม

เส้นทางช่วงแรกเป็นลูกรังเรียบ หลังจากนั้นเป็นเส้นทางออฟโรด แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า 100 เมตร มีน้ำไหลออกมาจากผาหินหลายสาย หากมาเที่ยวชมในช่วงหน้าฝนจะสวยงามมากเป็นพิเศษ

 

 

 

ถ้ำกองลอ

จากบ้านนาหินมีถนนตัดใหม่เข้าสู่ถ้ำกองลอระยะทาง 40 กิโลเมตรเป็นทางลูกรังเรียบรถวิ่งได้สะดวก ไม่นานก็จะถึงหมู่บ้านกองลอ ที่นี่ยังไม่มีโรงแรมหรือเฮือนพัก แต่สามารถพักกับชาวบ้านที่มีความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวในแบบโฮมสเตย์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สนนราคาประมาณ 200 บาท/คน/คืน รวมอาหาเย็นและเช้าแบบชาวบ้านให้รับประทาน ถัดจากหมู่บ้านจะเป็นท่าเรือ ที่ตั้งกันขึ้นเป็นสมาคมเรือ มีการจัดระเบียบจัดคิวของเรือ และมีชูชีพให้ใส่เพื่อความปลอดภัย โดยเรือแต่ละลำโดยสารได้เพียง 3 คนไม่รวมคนขับ และนายท้ายเรือ (นำทางและดูร่องน้ำ) ควรนำรองเท้าแตะแบบลงน้ำได้ติดมาด้วย เพราะบางช่วงน้ำตื้นจำเป็นต้องลงเดินลุยน้ำที่พื้นเต็มไปด้วยก้อนหินคม และไฟฉายส่วนตัวสำหรับส่องดูทางในเวลาเดิน นักท่องเที่ยวต้องเดินไปขึ้นเรือบริเวณปากถ้ำ คนเรือจะช่วยกันลากเรือขึ้นบนปากถ้ำ ด้วยภายในถ้ำมีความกว้างบางช่วงมากถึง 50 เมตร สูงถึง 100 เมตร ความยาว 7.5 กิโลเมตร เรือล่องในกระแสน้ำฝ่าความมืดมิดภายใน มีเพียงแสงจากไฟฉาย เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มจากเสียงสะท้อนของถ้ำ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจแก่นักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยเป็นอย่างยิ่ง ประมาณ 30 นาที ก็ถึงจุดแวะลงชมหินงอกหินย้อยที่มีการต่อไฟฟ้าเข้ามา หลังจากนั้นนั่งเรือสลับกับการเดินลุยน้ำในบางช่วง จนทะลุออกมายังถ้ำอีกฝั่งหนึ่งจะเจอหมู่บ้านเล็กๆ และจุดแวะพักที่ชาวบ้านจะนำเครื่องดื่ม และของว่างมาจำหน่าย หลังจากนั้นนั่งเรือย้อนกลับทางเดิมใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3 ชั่วโมง

 

 

 

ถ้ำเซบังไฟ

เป็นทีฮือฮาในหมู่นักแบกเป้ผจญภัยทั่วโลก จากข่าวดังในนิตยสาร และเว็บไซด์ของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ทีมนักสำรวจนำโดย จอห์น พอลแล็ค เดินทางมาสำรวจถ้ำน้ำลอด ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมาเป็นเวลาช้านานในชื่อ “ถ้ำคูนเช” แต่ไม่เคยมีใครถ่ายทอดความงดงามออกสู่สายตาชาวโลกมาก่อน จากการสำรวจครั้งแรกในปีพ.ศ.2549 ตามรอยบันทึกของนักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เคยเดินทางมาพบถ้ำแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2448 โดยนั่งแพที่ทำจากไม้ไผ่ จนอีก 90 ปี ต่อมา มีนักสำรวจชาวฝรั่งเศสรุ่นที่ 2 เข้ามาสำรวจตามบันทึกอีกครั้ง จอห์น พอลแล็ค จึงกลับมาอีกครั้งพร้อมทีมงานนานาชาติโดยสมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ออกทุนให้ ในเดือนก.พ.2551 เพื่อสำรวจถ้ำที่มีความยาว 9.5 กิโลเมตร อย่างเป็นระบบและตั้งชื่อว่า “ถ้ำเซบังไฟ” ตามชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่าน ด้วยความอลังการของถ้ำ และความงดงามของหินงอกหินย้อยที่สามารถบันทึกเป็นสถิติใหม่ของโลก ได้ปรากฏสู่สายตาผู้พบเห็นเป็นที่ตกตะลึงกับความงดงามอย่างมหัศจรรย์ แต่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันยังไม่เปิดให้เป็นสถานท่องเที่ยวสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และใกล้กับชายแดนของประเทศเวียดนาม การเดินทางเข้าถึงได้ลำบาก สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย คงต้องรอฟังข่าวดีในอนาคต ซึ่งทางทีมสำรวจแหล่งท่องเที่ยวของเว็บไซด์ หลวงพระบาง.เนต จะนำมาเผยแพร่ให้ทราบทันที

 

 

 

ด่านชายแดนนาเผ่า-จ่าลอ

ตั้งอยู่ห่างจากเมืองท่าแขกประมาณ 142 กิโลเมตร เป็นด่านสากลที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวอีกแห่ง อยู่ใกล้กับเมืองดงฮอยของประเทศเวียดนาม เวลาเปิด-ปิดด่าน: 08.00 น.-17.00 น. ทุกวัน

 

 

หลวงพระบาง
 
Luangprabang fans page 
Lao Advisor Co.,Ltd., Luang Prabang Lao PDR.