หลวงพระบาง ประเทศลาว
  หน้าแรก > หลวงน้ำทา
Thai Thai English English
Bookmark and Share
หน้าแรก
ภูมิศาสตร์ประเทศลาว
อาณาจักรล้านช้าง
หลวงพระบางวันนี้
แผนที่หลวงพระบาง
การเดินทาง
รถส่วนตัว
แหล่งท่องเที่ยว
อาหารลาว
พักผ่อนหย่อนใจ
เรียนภาษาลาว
เว็บบอร์ดเรารักหลวงพระบาง
 
Booking Hotels in Laos
 
 
พยากรณ์อากาศ...วันนี้
หลวงพระบาง, ประเทศลาว
 
อุณหภูมิ & เวลาท้องถิ่น
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
หลวงพระบาง
 
คู่มือเที่ยวลาว
การทำหนังสือเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าลาว
Do's & Don't in Laos
คู่มือสำหรับนักลงทุนในลาว
ขับรถส่วนตัวเที่ยวลาว
เช็ครถก่อนเดินทางไกล
กฏจราจรและป้ายสัญญาณ
สนามบินเวียงจันทน์
สนามบินหลวงพระบาง
สนามบินปากเซ
ฮีต 12 ครอง 14 ของคนลาว
การตักบาตรในหลวงพระบาง
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
หลวงน้ำทา

หลวงน้ำทา

 

หลวงน้ำทา, ประเทศลาว

  

พยากรณ์อากาศ...วันนี้ แขวงหลวงน้ำทา, ประเทศลาว 

Click for Luang Namtha, Lao Peoples Republic Forecast


 

แขวงหลวงน้ำทาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแขวงบ่อแก้ว ทั้ง 2 แขวงนี้มีชายแดนติดกับพม่าเหมือนกัน แต่หลวงน้ำทายังมีชายแดนที่ติดกับประเทศจีนอีกด้วย ประกอบไปด้วยเมือง (อำเภอ) ทั้งหมด 5 เมือง คือ เมืองลอง, เมืองนาแล, เมืองน้ำทา, เมืองสิง และเมืองเวียงพูคา มีเนื้อที่ 9,325 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรประมาณ 150,100 คน (พ.ศ. 2547) ภูมิประเทศแถบทั้งหมดเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน จึงเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาหลากหลายเผ่า ทั้ง ม้ง ขมุ ไทเหนือ ไทดำ ไทแดง ไทขาว ไทยวน ไทลื้อ ละวิด ละเมด สีดา อีก้อ มูเซอ กะลอม ไทใหญ่

หลวงน้ำทา นับเป็นแขวงที่เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาสิ่งใหม่ คุณเอาจคุ้นเคยกับเมืองท่องเที่ยวอย่างหลวงพระบาง เวียงจันทน์ แต่หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มาสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ หลวงน้ำทายังมีสถานที่น่าสนใจให้เที่ยวชม ทั้งวิถีชีวิตหลายชนเผ่า ร่องรอยจากสงครามกองทัพขบวนการประเทศลาวกับกองโจรม้ง ที่ไม่ควรพลาดคือ การเยี่ยมชมเมืองสิง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ จากนั้นเที่ยวชมวัดหลวงบ้านเชียงใจ สถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาแบบไทลื้อแท้ๆ และเรือนพญาเซกองมรดกของอาคารยุคอาณานิคม

สำหรับการเดินทางมายังหลวงน้ำทา มีรถประจำทางให้บริการทั้งจากเวียงจันทน์, หลวงพระบาง และห้วยทรายทุกวัน นอกจากนั้นจากเมืองหลวงน้ำทาก็มีรถประจำทางมาเมืองสิงทุกวันเช่นกัน ระยะทางจากหลวงน้ำทามาเมืองสิงประมาณ 59 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้ามีผู้โดยสารเต็มรถจะออกก่อนเวลาที่กำหนด และสำหรับท่านที่ต้องการความสะดวกสบาย สามารถเหมารถจากหลวงน้ำทามาได้เช่นกัน ในช่วงสงครามอเมริกา ปี พ.ศ. 2498-2518 พื้นที่แถบนี้เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างขบวนการประเทศลาวและกลุ่มกองโจรของพวกชาวเขา ส่วนใหญ่เป็นเผ่าม้ง ที่ได้รับการหนุนหลังจากหน่วยงานซีไอเอของสหรัฐ ส่งผลให้ตัวเมืองถูกทำลายลงจนไม่อาจซ่อมแซม ทำให้ต้องย้ายไปสร้างเมืองใหม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำทา ห่างจากที่ตั้งเดิมขึ้นมาทางเหนือ 7 กิโลเมตร ใกล้กับทางหลวงไปยังเมืองสิง อุดมไชย และบ่อเต็น ประกอบด้วยพลเมืองหลายชนเผ่าอาทิ ม้ง ขมุ ไทเหนือ ไทดำ ไทแดง ไทขาว ไทยวน ไทลื้อ ละวิด ละเมด สีดา อีก้อ มูเซอ กะลอม ไทยใหญ่ นับเป็นแขวงหนึ่งที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้เที่ยวชม

แม้ว่าทางการจะย้ายเมืองหลวงใหม่มาแล้วก็ตาม แต่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองเก่า ชาวหลวงน้ำทาเรียกเขตนี้ว่า เมือง และเรียกเขตที่ทางการสร้างใหม่ว่า แขวง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเข้ามาแวะพักเพื่อเดินทางต่อไปยังบ่อแก้ว หรือไม่ก็ต่อไปจีน หรือไปยังเมืองสิง ทำให้ภายในตัวเมืองหลวงน้ำทามีเกสต์เฮ้าส์ให้บริการค่อนข้างเยอะ

ปัจจุบันหลวงน้ำทามีถนนสายกว้าง ถ้าเดินมาทางเชิงสะพานด้านตะวันออกของถนนสายหลักในยามเช้าตรู่ จะเห็นผู้คนมากมายออกมาจับจ่ายของกันที่ตลาดเช้าซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสถานีรถขนส่ง และถัดจากตัวเมืองมาราว 2 กิโลเมตรตามเส้นทางไปเมืองสิง จะพบศูนย์หัตถกรรมหลวงน้ำทา ศูนย์นี้สหภาพยุโรปเป็นผู้ออกเงินสร้างเพื่อให้มีที่จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมสำหรับชาวบ้าน

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในเมืองหลวงน้ำทา

พิพิธภัณฑ์หลวงน้ำทา

พระธาตุมีไซ

พระธาตุปุมปุก

วัดหลวงขอนรัตนาราม

บ้านป่าสัก

บ้านน้ำดี

ตลาดมืด

น้ำตกตาดผาเยื้อง ภูกิ่วลม

พระธาตุเชียงตุง

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในเมืองสิง

พิพิธภัณฑ์เมืองสิง

วัดหลวงเชียงใจ

ป้อมทหารฝรั่งเศสเก่า

เมืองเวียงพูคา

เมืองบ่อเต็น


 

พิพิธภัณฑ์หลวงน้ำทา

เวลาเปิด-ปิด: จันทร์-พฤหัสฯ 08.30 น. - 11.30 น. และ 13.30 น. - 15.30 น. วันศุกร์ 08.30 น. - 11.30 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 5,000 กีบ

อยู่ด้านหลังห้องว่าการแขวงหลวงน้ำทา (ศาลากลางจังหวัด) เป็นอาคารชั้นเดียว ภายในจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของชนเผ่า เสื้อผ้า เครื่องประดับต่างๆ มีพระพุทธรูปเก่าที่ขุดพบบริเวณเมือง และเรื่องราวเกี่ยวกับพรรปฎิวัติลาว

 

 

 

พระธาตุมีไช

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดธาตุสามัคคีไช” เป็นพระธาตุบนเขาที่เห็นได้จากตัวเมือง สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2547 โดยชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาชาวหลวงน้ำทา และชาวลาวต่างแขวง และชาวต่างประเทศ การก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ด้านหน้ามีรูปปั้นชนเผ่าต่างๆ ในชุดแต่งกายประจำเผ่า ถือเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่สวยงาม

 

 

 

พระธาตุปุมปุก

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 3,000 กีบ

ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 7 กิโลเมตรเลี้ยวขวาเข้าถนนลูกรังเล็กๆ ข้างสนามบินไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงเนินเขาที่ตั้งขององค์พระธาตุ สามารถเดินขึ้นประมาณ 15 นาที หรือขับรถขึ้นไปประมาณ 800 เมตร จะพบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมือง พระธาตุแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2171 โดยพระเจ้าปุมปุก (บางตำราว่าพระเจ้าสุทโธทนะ) แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์ได้หักโค่นพังทลายลงจากแรงระเบิดพร้อมกับเมือง จนถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นานผ่านไปจนถึงสมัยที่ประเทศลาวได้รับเอกราช และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสาธารณรัฐประชาธิปไตย จึงมีชาวบ้านร่วมกันบูรณะ แต่องค์พระธาตุเดิมเสียหายอย่างหนักยากแก่การซ่อมแซม จึงได้ก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่ขึ้นในปีพ.ศ. 2545 เคียงข้างกับพระธาตุองค์เดิม ซากปรักหักพังขององค์พระธาตุนี้ถือเป็นอนุสรณ์ของสงครามเพียงแห่งเดียวของเมือง

 

 

 

วัดหลวงขอนรัตนาราม

ออกจากพระธาตุปุมปุกสู่ถนนสายหลัก ชาวบ้านส่วนใหญ่เรียก “วัดบ้านหลวงขอน” เป็นวัดเก่าที่ถูกทำลายในสงคราม และมาสร้างขึ้นใหม่ภายหลังตามแบบไท-กาลอม

 

 

 

บ้านป่าสัก

ทางเข้าอยู่ตรงข้ามสัดหลวงขอน ผ่านท่าเรือและเฮือนพักไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะเป็นหมู่บ้านของชาวไทดำ ทำหัตถกรรมทอผ้า และต้มเหล้า แต่ปัจจุบันชาวบ้านส่วนใหญ่หันไปทำนาทำไร่แทนเป็นส่วนมาก

 

 

 

บ้านน้ำดี

ย้อนกลับไปทางทิศเหนือของเมือง (ทางไปเมืองสิง) ประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางไปหมู่บ้านน้ำดี เลี้ยวเข้าสุ่ถนนลูกรังไปอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านชนเผ่าแลนแตน เป็นหมู่บ้านที่เข้าถึงได้สะดวก ชนเผ่าแลนแตนในบ้านน้ำดีทุกคนเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว และยังคงดำเนินวิถีชีวิตตามแบบดั้งเดิม เวลากลางวันผู้ชายจะออกจากบ้านไปทำไร่ทำนา หรือหาของป่า ผู้หญิงจะอยู่บ้านทำงานหัตถกรรมประเภททอผ้า ทำปอสา หรือนำหญ้ามามัดเป็นหลังคา ฯลฯ ที่ท้ายหมู่บ้านมีน้ำตกเล็ก ที่สวยงาม

 

 

 

ตลาดมืด

มีขนาดไม่ใหญ่เท่ากับที่หลวงพระบาง แต่ก็มีของขายหลากหลายประเภท ทั้งของที่ระลึก เสื้อผ้า อาหารพื้นเมืองต่างๆ เริ่มเปิดขายตั้งแต่ 5 โมงเย็น ไปจนถึง 2-3 ทุ่ม

 

 

 

น้ำตกตาดผาเยือง ภูกิ่วลม

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 5,000 กีบ

ก่อนถึงเมืองสิงประมาณ 18 กิโลเมตร จะพบป้ายทางเข้าน้ำตก ต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ตัวน้ำตกมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์

 

 

 

พระธาตุเชียงตุง

ตั้งอยู่บนเนินเขา ก่อนถึงเมืองสิง 5 กิโลเมตร ด้วยชื่อและรูปทรงขององค์พระธาตุอาจดูคล้ายกับพระธาตุเชียงตุงที่จังหวัดเชียงราย แต่มีขนาดย่อมกว่าคือ สูงประมาณ 10 เมตร ถือเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเวลาที่พระจันทน์เต็มดวงเดือน 12 ลาว (ประมาณเดือนต.ค.-พ.ย.) ของทุกปี จะมีงานบุญธาตุเชียงตุงที่ยิ่งใหญ่ของเมืองสิง ชาวบ้านจะแต่งตัวกันอย่างสวยงามรวมถึงมีชาวจีนบางส่วนก็ข้ามแดนมาสักการบูชา ด้านหนึ่งของพระธาตุจะพบต้นไม้ขนาดใหญ่ใต้ฐานมีแท่นบูชา และบ่อน้ำเก่าตามแบบศิลปะจีนโบราณ

   

 

 

เมืองสิง

บนทางหลวงหมายเลข 3 ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ผ่านทิวเขา สายน้ำทา และผืนป่าเขียวขจีสองข้างทางมาถึงเมืองสิง เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บนที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยทิวเขา มีสายน้ำยวนและม่าคอยหล่อเลี้ยง อดีตเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญ และเคยตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นทางตอนเหนือของไทย,  อังกฤษ และฝรั่งเศสซึ่งสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกฝิ่น และเป็นผู้ผูกขาดการค้าฝิ่นเสียเอง

นอกจากนี้เมืองสิงยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทลื้อ นอกแผ่นดินจีนเลยทีเดียว ชาวไทลื้อนั้นเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไทซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนในภาคเหนือของไทย และในรัฐฉานของพม่า ชาวไทลื้อมีถิ่นฐานอยู่ในมณฑลยูนนานทางภาคใต้ของจีนห่างจากเมืองสิงมาเพียง 10 กิโลเมตร ชาวไทลื้อในลาวจึงได้ชื่อว่ามีสายเลือดและวัฒนธรรมแบบไทลื้อแท้กว่ากลุ่มอื่นๆ ที่อยู่นอกเขตถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษ

ใช่ว่าเมืองสิงจะมีชาวไทลื้ออาศัยอยู่อย่างหนาแน่น นอกเมืองออกไปยังมีชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งม้ง เย้า มูเซอ อาข่า แวนแตน ส่วนใหญ่มักตั้งหมู่บ้านอยู่บนไหล่เขา และจะเข้ามาซื้อของในเมืองสิงทุกๆ เช้า เปรียบได้กับตลาดนัดชาวเขาเลยทีเดียว

งานบุญประจำปีของเมืองสิง

งานบุญประจำปี คืองานบุญพระธาตุเมืองสิงห์ ซึ่งจะจัดขึ้นในราวปลายเดือนตุลาคม หรือต้นพฤศจิกายนตามกำหนดวันในปฎิทินทางจันทรคติของแต่ละปี สถานที่จัดงานคือ บริเวณพระธาตุบนเขาทางทิศใต้ของตัวเมือง จัดเป็นงานบุญในพุทธศาสนา จึงมีทั้งธูปเทียน และข้าวปลาอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ พวกชาวเขาเผ่าต่างๆ ก็มาร่วมงานบุญนี้อย่างคับคั่ง มีการแต่งกายประจำเผ่ากันอย่างครบชุดออกมาร่วมงาน ส่วนงานประเพณีสงกรานต์ในเดือนเมษายน และงานบุญบั้งไฟ เพื่อขอฝนในช่วงฤดูแล้งของเมืองสิงก็ครึกครื้นไม่แพ้กัน

ปัจจุบันการเดินทางไปยังเมืองหลวงน้ำทา ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีรถโดยสารประจำทางออกจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว หรือใช้บริการของสายการบินลาว เที่ยวบินจากเวียงจันทน์-หลวงน้ำทา หากต้องการเดินทางโดยทางน้ำก็มีบริการเรือจากห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ด่านไทย-ลาว) ซึ่งเรือจะล่องไปตามลำน้ำโขง จากนั้นเปลี่ยนเรือเพื่อเดินทางไปตามแม่น้ำทาแล้วต่อด้วยรถยนต์ไปยังเมืองสิง

 

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำในเมืองสิง

พิพิธภัณฑ์เมืองสิง

เวลาเปิด-ปิด: 08.30 น.-16.00 น. (จันทร์-ศุกร์) และ 08.00 น.-11.00 น. (เสาร์)

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 5,000 กีบ

ตั้งอยู่หัวมุมถนนทางด้านทิศเหนือของเมือง ด้วยรูปทรงอาคารไม้ 2 ชั้นตามแบบไทลื้อโบราณ ดูเรียบง่ายแต่ความวิจิตรบรรจงจะอยู่ที่บานหน้าต่าง และประตู สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2477 เดิมเป็นบ้านของพระยาเซกอง ผู้สืบทอดเชื้อสายกษัตริย์ไทลื้อ และต่อมาได้รับการเปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าเมืองภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชั้นล่าง เป็นส่วนแสดงของชนเผ่าต่างๆ ของเมือง ชั้นบน จัดแสดงภาพถ่าย พระพุทธรูปเก่า เครื่องใช้ไม้สอยโบราณ มีมุมหนึ่งแสดงประวัติของกษัตริย์ในอดีตที่เคยครองเมืองนี้

 

 

 

วัดหลวงเชียงใจ

เป็นวัดหลวงเมื่อครั้งสมัยประเทศปกครองโดยระบอบกษัตริย์ สร้างตามสถาปัตยกรรมไทลื้อ มีลักษณะคล้ายกับวัดบางแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเชียงราย วิหารประดับทุง (ธง) คล้ายแบบล้านนา

 

 

 

ป้อมทหารฝรั่งเศสเก่า

ในเมืองสามารถพบเห็นสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมฝรั่งเศสได้ทั่วไป รวมทั้งอาคารป้อมทหารฝรั่งเศสหลังเก่าที่อยู่ตรงข้ามตลาด ปัจจุบันใช้เป็นห้องการตำรวจเมือง

 

 

 

เมืองเวียงพูคา

เป็นเมืองผ่านระหว่างทางไปแขวงบ่อแก้ว บนทางหลวงหมายเลข 3 ระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตรจากตัวเมืองหลวงน้ำทา เวียงพูคาเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีหมูบ้านชนเผ่าอาข่า ขะมุ ละหุ อาศัยอยู่ล้อมรอบ เสน่ห์การท่องเที่ยวในเมืองนี้จะอยู่ที่โปรแกรมการเดินป่า เพื่อศึกษาความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก

 

 

 

เมืองบ่อเต็น

เป็นเมืองด่านชายแดนสากลลาว-จีน (ด่านโมฮัน) ที่มีนักเดินทางใช้เข้า-ออกเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ทางการค้าที่เชื่อมระหว่างประเทศจีนตอนใต้ ลาว และไทย อีกทั้งเป็นเส้นทางที่ประหยัดที่สุดของนักแบกเป้เพื่อเดินทางไปสู่เมืองใหญ่ของจีน เช่นเมืองคุนหมิง โดยมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเดินทางโดยเครื่องบินถึง 4 เท่า ดังนั้นจึงมีโรงแรม-ที่พักเปิดให้บริการในเมืองบ่อเต็น และโมฮัน เป็นจำนวนมากซึ่งมีหลายระดับราคาให้เลือกพักตามสะดวก

 

 

 

 

หลวงพระบาง
 
Luangprabang fans page 
Lao Advisor Co.,Ltd., Luang Prabang Lao PDR.