หลวงพระบาง ประเทศลาว
  หน้าแรก > เชียงขวาง
Thai Thai English English
Bookmark and Share
หน้าแรก
ภูมิศาสตร์ประเทศลาว
อาณาจักรล้านช้าง
หลวงพระบางวันนี้
แผนที่หลวงพระบาง
การเดินทาง
รถส่วนตัว
แหล่งท่องเที่ยว
อาหารลาว
พักผ่อนหย่อนใจ
เรียนภาษาลาว
เว็บบอร์ดเรารักหลวงพระบาง
 
Booking Hotels in Laos
 
 
พยากรณ์อากาศ...วันนี้
หลวงพระบาง, ประเทศลาว
 
อุณหภูมิ & เวลาท้องถิ่น
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
หลวงพระบาง
 
คู่มือเที่ยวลาว
การทำหนังสือเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าลาว
Do's & Don't in Laos
คู่มือสำหรับนักลงทุนในลาว
ขับรถส่วนตัวเที่ยวลาว
เช็ครถก่อนเดินทางไกล
กฏจราจรและป้ายสัญญาณ
สนามบินเวียงจันทน์
สนามบินหลวงพระบาง
สนามบินปากเซ
ฮีต 12 ครอง 14 ของคนลาว
การตักบาตรในหลวงพระบาง
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
เชียงขวาง

เชียงขวาง

 

เชียงขวาง, ประเทศลาว 

 

พยากรณ์อากาศวันนี้...เชียงขวาง, ประเทศลาว 

Click for Plaine Des Jarres, Lao Peoples Republic Forecast


 

เชียงขวางเป็นแขวงหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศลาว ติดกับชายแดนประเทศเวียดนาม ประกอบไปด้วยเมืองบริวารทั้งหมด 7 เมือง คือ เมืองเชียงขวาง, เมืองโพนสะหวัน หรือเมืองแปก, เมืองคำ, เมืองหนองแฮด, เมืองหมอกใหม่, เมืองพูกูด และเมืองผาไซ มีจำนวนประชากรปะมาณ 262,200 คน (พ.ศ. 2547) นักท่องเที่ยวจากหลวงพระบางสามารถเดินทางมาเชียงขวางด้วยรถโดยสารประจำทางผ่านถนนลาดยางประมาณ 7 ชั่วโมง แต่สำหรับนักท่องเทียวที่ชื่นชอบความสะดวกสบายสามารถนั่งเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติวัดไต ในนครหลวงเวียงจันทน์ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ในอดีตเชียงขวางเคยเป็นสมรภูมิรบอันดุเดือดสมัยสงครามเวียดนาม จุดยุทธศาสตร์ที่กองทัพอเมริกาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ B-52 เข้ามาระเบิดปูพรมหมายทำลายขบวนการประเทศลาว ทำให้วัดวาอารามและหมู่บ้านน้อยใหญ่ในแขวงเชียงขวางพังทลายลง เห็นได้จากซากของลูกระเบิดตามหมู่บ้านต่างๆ แต่ในปัจจุบันแขวงเชียงขวางได้กลับกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ด้วยสภาพอากาศเย็นสบายตลอดปี เสมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติที่วิเศษสุด ตลอดจนวิวทิวทัศน์สองข้างทางอันสวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวในเชียงขวางมีมากมายหลายแห่ง แต่โปรแกรมท่องเที่ยวสำคัญที่คุณเองไม่ควรพลาดคือ การไปชมทุ่งไหหินดินแดนอันเป็นปริศนาที่รอคอยการพิสูจน์, เมืองคูณเมืองหลวงเก่า, หมู่บ้านชนเผ่าม้งที่นำซากลูกระเบิดมาทำเป็นรั้วบ้าน และหากมีเวลามากพอห่างจากตัวเมืองโพนสวรรค์ไปไม่ไกล ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าชมอย่างถ้ำปิว, สถานที่หลบภัยของชาวบ้านในสมัยสงครามเวียดนามและหมู่บ้านผ้าทออันขึ้นชื่อ

ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวในแขวงเชียงขวาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 7 เป็นถนนสายหลัก สามารถนั่งรถสามล้อเที่ยวรอบตัวเมืองได้ ราคาตามแต่ตกลง แต่ไม่สามารถเข้าไปยังทุ่งไหหินและที่เที่ยวนอกตัวเมืองโพนสวรรค์ เพราะทางการลาวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่อีกหลายจุดยังไม่ได้ทำการเก็บกู้ระเบิด วิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการนำเที่ยว การมาเยือนเชียงขวางนอกจากจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ยังได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายตามหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ ตลอดจนวิวทิวทัศน์ของทุ่งบัวตองสลับกับภูเขาทุ่งหญ้าสีทอง

กิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวแนะนำ 

ทุ่งไหหิน 

เมืองคูน 

วัดเพียวัด 

พระธาตุฝุ่น

แหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองโพนสะหวัน

บริษัทปลูกม่อนเลี้ยงไหม

ศูนย์หัตถกรรมนาวัง

อนุสาวรีย์ลาว

แหล่งท่องเที่ยวนอกตัวเมืองโพนสะหวัน

หมู่บ้านชนเผ่าลาวสูง

เมืองพูกรูด

ถ้ำพระ

หมู่บ้านเชียงงา

เมืองคำ

หมู่บ้านผ้าทอ

ถ้ำปิว 


 

ทุ่งไหหิน (The Pain of jars)

แหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเชียงขวางคือการไปชมทุ่งไหหิน ดินแดนอันเป็นปริศนาว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อใคร และไว้ทำอะไร แม้ในปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปให้กับดินแดนแห่งนี้ได้ เล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว ไหหินเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อไว้ใส่เหล้า ใช้ในงานเฉลิมฉลองหลังจากสงครามเสร็จสิ้น โดยไหใบที่ใหญ่ที่สุดเป็นของกษัตริย์ชื่อว่า ขุนเจือง ส่วนนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาทำการศึกษาไหหินเหล่านี้เมื่อปี พ.ศ.2473 โดยใช้ช้างเป็นพาหนะและใช้เวลาในการเดินทางในภูมิภาคนี้นานถึงสามปีเต็ม ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของไหหินเหล่านี้ว่า กำเนิดจากอารยธรรมที่รุ่งเรืองเมื่อช่วงเวลา 300 ปีก่อนคริสตการ ถึง พ.ศ.843 น่าจะเป็นอนุสรณ์สถานเนื่องในงานพิธีศพ ส่วนนักโบราณคดีของลาว เชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับกลุ่มไหหินที่มีทางถนนเข้าไปถึงโดยสะดวกในเมืองโพนสะหัวนแขวงเชียงขวาง ซึ่งทางรัฐบาลลาวได้ทำการกู้ระเบิดหมดแล้ว มีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือ

กลุ่มที่ 1

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหัวนมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 15 นาที

มีไหหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในทุ่งหญ้าประมาณ 334 ใบ และมีขนาดไหใหญ่มากกว่าในกลุ่มอื่นๆ มาก ลักษณะเด่นของไหกลุ่มนี้คือขอบไหจะอยู่บริเวณด้านนอก ใบใหญ่ที่สุดมีน้ำหนัก 6 ตัน ตั้งอยู่เนินเขาทางด้านขวามือ ปากไหหันหน้าไปทางสนามบินทุ่งไหหิน บริเวณที่ตั้งของไหหินแห่งนี้นับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมองเห็นสนามบินทุ่งไหหิน กองบัญชาการกองทัพอากาศลาวและตัวเมืองโพนสะหัวน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทุ่งไหหินมองเห็น ภูแก็ง แหล่งที่นำหินมาใช้สร้างไหหินกลุ่มที่ 1 ถัดมาทางด้านซ้ายมือมีบันไดปูนเดินลงไปยังทุ่งไหหินอีกจุดหนึ่ง ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นไหหินจำนวนเป็นสิบๆ ใบวางเรียงรายอยู่เต็มทุ่งหญ้า

เมื่อเดินลงมาถึงด้านล่างก่อนถึงไหหินอีกกลุ่มหนึ่ง ทางซ้ายมือมีทางแยกเข้าไปถ้ำไห ระยะประมาณ 50 เมตร ภายในถ้ำมีลักษณะเป็นปล่องความสูงประมาณ 60 เมตร  ลักษณะภายในถ้ำไม่ลึกมากนักจุคนได้ประมาณ 50-60 คน ในอดีตถ้ำแห่งนี้ลาวเคยใช้เป็นที่หลบภัยสงครามของชาวเมืองเชียงขวางยามเมื่อเครื่องบินมาทิ้งระเบิดพร้อมกับใช้เป็นคลังเก็บอาวุธและเชื้อเพลิงว่าในอดีตใช้เป็นสถานที่เผาศพ เนื่องจากบริเวณแพดานถ้ำมีช่องอยู่ 3 ช่องที่แสงสว่างสามารถส่องลอดลงมาภายในถ้ำ น่าจะใช้เป็นที่ระบายอากาศเวลาเผาศพ แล้วนำกระดูกมาบรรจุไว้ในไหหินบริเวณใก้ลเคียง ถัดจากถ้ำไหเดินต่อมายังบริเวณกลุ่มไหหินด้านล่าง จะพบไหหินจำนวนมากกว่าด้านบนจุดเด่นอยู่ที่ไห 2 ใบ ใบหนึ่งมีฝาปิดอยู่ด้านบน ส่วนอีกใบที่อยู่ใกล้ๆ กันมีรูปคนแกะสลักไม่มีหู

หลังจากนี้คุณสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวที่สวยบนเนินเขาระยะทางประมาณ 500 เมตร ระหว่างทางจะพบไหหิน 2 ใบตั้งอยู่ทางซ้ายและขวา จากจุดนี้สามารถมองเห็นสนามบินได้อย่างชัดเจน เดินต่อมาจนถึงบริเวณด้านบนจะพบไหหินอีก ใบ ลักษณะเป็นที่ราบกว้าง อากาศเย็นสบาย มีเก้าอี้ไว้ไห้นั่งพักผ่อน สามารถชมวิวได้ 360 องศา เหมาะทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าที่สวยงาม บริเวณรอบๆ ทุ่งไหหินบนจุดชมวิวจะพบร่องรอยการขุดสนามเป็นแนวยาวเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศ และหลุมระเบิดขนาดใหญ่หลายหลุมตลอดจนร่องรอยไหหินที่แตกกระจายอันเป็นผลิตผลจากฝูงบิน B-52 ของอเมริกา

กลุ่มที่ 2

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหัวนมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 35 นาที

กลุ่มที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่เนินเขาสองลูก มีไหหินกระจัดกระจายอยู่ในทุ่งหญ้าประมาณ 94 ใบ จากลานจอดรถเดินขึ้นมาตามบันไดปูนมาถึงเนินเขาจุดแรก และหากมองลงมาด้านล่างตรงบริเวณทางขึ้นจะมองเห็นหมู่บ้านนาโคท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจี จึงเรียกทุ่งไหหินกลุ่มนี้อีกชื่อว่า กลุ่มไหหินนาโค ลักษณะเด่นของกลุ่มนี้อยู่ที่ไหส่วนใหญ่มีขอบอยู่ด้านใน

จากไหหินจุดแรกมีททางเดินลงมาไหหินจุดที่สองระยะทางประมาณ 100 เมตร บริเวณนี้จะพบฝาปิดที่สกัดเป็นรูปคนไม่มีหัว จุดเด่นอยู่ที่ไหใบที่ยาวที่สุดประมาณ 3 เมตร และถ้าสังเกตไหแต่ละใบจะมีหน้าตัดต่างๆ ภายในสกัดเป็นรูปตามโครงสร้างของหินที่ตัดมา บริเวณรอบๆ จึงสามารถพบเศษหินกระจัดกระจายอยู่โดยรออบ และหากคุณเป็นคนที่ชอบการเดินทางชมธรรมชาติ จากจุดนี้มีทางเดินจากไหหินกลุ่มที่ 2 ไปกลุ่มที่ 3 ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง

กลุ่มที่ 3

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 45 นาที

จากกลุ่มไหหินนาโคถัดลงมาราว 10 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านเชียงดีมาถึงลานจอดรถ หลังจากนั้นข้ามสะพานไม้ไผ่เดินมาตามคันนาประมาณ 300 เมตร ระหว่างทางจะผ่านผืนนาอันเขียวขจี ฝายกั้นน้ำ ตลอดจนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน มาถึงไหหินลาดค่าย ประกอบด้วยไหหินประมมาณ 150 ใบกระจายอยู่บนเนินเขาลูกเล็กๆ เมื่อมองลงมาจะเห็นวิวทิวทัศน์ของท้องทุ่งนาสีเขียวของหมู่บ้านเชียงดื บนเนินเขาลูกต่อไปได้อย่างสวยงามนอกจากนี้ยังสามารถเดินไปชมไหหินบริเวณอื่นๆ ของกลุ่ม 3 ได้สะดวกเช่นกัน

จุดเด่นของไหหินกลุ่มนี้คือ  มีขนาดเล็กกว่ากลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ข้างในถูกสกัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมากที่สุดและนับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง หากคุณต้องการเดินทางมาเที่ยวชมกลุ่มไหหินทั้ง 3 ไม่สามารถเหมารถสามล้อจากในโพนสวรรค์มาได้ เนื่องจากทางการคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แม้ว่ากลุ่มไหหินทั้ง 3 จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว แต่ในหลายพื้นของเมืองโพนสวรรค์ยังไม่ได้ทำการกอบกู้ระเบิด ดังนั้นเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการท่องเที่ยวคุณควรติดต่อบริษัททัวร์หรือรถยนต์ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วจึงจะสามารถนั่งรถเข้าไปในกลุ่มไหหินทั้ง 3 ได้

 

 

เมืองคูน

ห่างจากเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตรจะมาถึงเมืองคูน เมืองหลวงเก่าของเมืองเชียงขวางในปี พ.ศ.2512 ช่วงสสงครามอินโดจีน เมืองคูนแห่งนี้ถูกอเมริกาทิ้งระเบิดอย่างหนัก จนวัดวาอารามที่สวยงามพังทลายจนหมดสิ้น ส่วนอาคารสถานทูตฝรั่งเศสนั้นแม้จะได้รับความเสียหายจากการทิ้งระเบิดไม่น้อยแต่ก็ยังคงอยู่รอดมาได้ส่วนตึกบางแห่งที่เหลือซากปรักหักพังทางการลาวยังคงสภาพเดิมเอาไว้เพื่อให้ชาวลาวรุ่นหลังได้เห็นพิษภัยความหายนะของสงครามที่เกิดขึ้นในอดีต หลังจากสงครามอินโดจีน สิ้นสุดลง ทางการลาวได้ทำการย้ายเมืองหลวงจากเมืองคูนมาอยู่ที่เมืองโพนสะหัวนในปัจจุบัน

 

 

วัดเพียวัด

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองคูนมาทางทิศตะวันออกประมาณ 500 เมตร หากคุณเดินทางมาภายในตัวเมืองคูนจะเห็นวัดอยู่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนทางซ้ายมือมีชื่อว่า วัดเพียวัด สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 วัดเพียแปลเป็นภาษาไทย ว่า วัดใหญ่ คำว่า เพีย แปลว่า ใหญ่ ตัวพระอุโบสถพังทลายลงเกือบหมด ซึ่งเกิดมาจากพิษภภัยของสงคราม ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังเสาปูน และพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง สูงประมาณ 10 เมตร เป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองคูนและชาวลาวทั่วไปด้านข้างมีพระอุโบสถใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ ภายในมีพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 633 ปี

 

 

พระธาตุฝุ่น

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองคูนมาทางทิศตะวันออกประมาณ 400 เมตร

เล่าสืบต่อกันมาว่าใจกลางพระธาตุเป็นที่เก็บฝุ่นจากการเผาอัฐิของพระพุทธเจ้าชาวลาวจึงเรียกพระธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุฝุ่น เป็นพระธาตุเก่าแก่องค์หนึ่งในเมืองคูน สร้างด้วยอิฐยอดเจดีย์มีรูปแกะสลักช้าง ภายในองค์พระธาตุมีช่วงทะลุเดินถึงกันได้ ยามลมหนาวมาเยือนรอบฐานองค์พระธาตุฝุ่นจะเต็มไปด้วยดอกบัวตองสีเหลืองบานสะพรั่งหรือที่ชาวลาวเรียกว่า ดอกบัวขม ถัดมาที่ด้านหลังขององค์พระธาตุเมื่อมองออกไปทางทิศตะวันตก จะเห็นพระธาตุจอมเพชรตั้งอยู่บนเนินเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพวนในอดีต

 

 

แหล่งที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองโพนสะหวัน

หลังจากเที่ยวชมตัวเมืองคูนเมืองหลวงเก่าของเชียงขวางที่ถูกกองทัพอเมริกาทิ้งระเบิดอย่างหนัก ในสมัยสงครามอินโดจีน จนวัดวาอาราม  บ้านเรือนพังทลายลงหมดสิ้น ทางการลาวจึงได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองคูนมาอยู่ที่เมืองโพนสะหวันหลังสงครามสิ้นสุดลงปัจจุบันเมืองโพนสวรรค์หรือ เมืองแปก เป็นเสมือนคูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแขวงเชียงขวาง เนื่องจากมีเคาน์เตอร์ทัวร์ เกสต์เฮาส์ โรงแรมขนาดใหญ่ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองก็น่าสนใจ ใช้เวลาไม่มากนักประมาณครึ่งวันก็เที่ยวได้รอบแล้ว

บริษัทปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 4 กิโลเมตร

บริษัทปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ศูนย์ผลิตผ้าทอที่มีคุณภาพและใหญ่ที่สุดของแขวงเชียงขวาง เป็นแหล่งผลิตผ้าต่างๆ เช่น ผ้าตัดเสื้อ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าปูตโตะ มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้ง อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และหากคุณต้องการชมขั้นตอนการทอผ้าแล้วเจ้าหน้าที่ยินดีพาคุณไปชมตั้งแต่ขั้นตอนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การย้อมสีจากธรรมชาติ และการทอผ้า ก่อนกลับไม่ควรพลาดแวะซื้อเป็นของที่ระลึกกลับไป

 

 

ศูนย์หัตถกรรมนาวัง

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตรจะเห็นป้ายทางเข้าแล้วเลี้ยวซ้ายเข้ามาประมาณครึ่งกิโลเมตร

จุดเด่นของคูนย์หัตถกรรมนาวังคือ สินค้าทุกชิ้นทำมมาจากไม้โลงเลง ไม้เนี้อหอมพิเศษที่มีเฉพาะในแขวงเชียงขวางและแขวงซำเหนือ เป็นไม้ทที่มีค่าที่สุดของชาวลาวชาวบ้านในคูนย์จะนำมาแกะสลักทำเป็นของใช้และของตกแต่งต่างๆ ตั้งแต่ รูปแกะสลักสถานที่ท่องเที่ยวในลาว ไม้แกะสลักงาช้าง ชุดน้ำชา สินค้า เหล่านี้จะส่งขายไปที่ตลาดในเมือง เวียงจันทน์ และหลวงพระบางแต่ราคาจะสูงกว่าที่ศูนย์หัตถกรรม

 

 

อนุสาวรีย์ลาว

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันออกประมาณ 3.5 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาในเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์ลาวสามารถชมวิวทิวทัศน์ตัวเมืองโพนสะหวันได้รอบนับเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งส่วนทางทิศตะวันตกของอนุสาวรีย์ลาวสามารถมองเห็นอนุสาวรีย์ลาว-เวียดนามตั้งอยู่บนเนินเขาอีกลูกหนึ่ง เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารลาวและทหารเวียดนามในสงครามอินโดจีนที่ต่อสู้ขับไล่มหาอำนาจอเมริกาให้ออกไปจากอินโดจีน

 

 

แหล่งท่องเที่ยวนอกตัวเมืองโพนสะหวัน

นอกจากตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ของโพนสะหวันแล้ว บนทางหลวงหมายเลข 6 ถนนที่ตัดจากตัวเมืองทั้งสองยังเป็นเส้นทางที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งบัวตองที่ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งรับลมหนาวแซมด้วยสีแดงสดของดอกคริสต์มาส ตลอดจนทิวสนสองฟากฝั่งสลับภูเขาทุ่งหญ้าสีทองจนมีใครหลายคนกล่าวว่า สวิสเซอร์แลนด์ สวิสเซอร์ลาว ดังนั้นหากคุณนั่งรถมาท่องเที่ยวนอกตัวเมืองแล้ว นอกจากจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านแล้วยังได้ชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาทุ่งหญ้าและป่าสนที่งดงามอีกด้วย

หมู่บ้านชนลาวสูง (ม้ง)

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันอออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร

นักท่องเที่ยวต่างชาติจากทวีปยุโรปนิยมเดินทางมาเที่ยวชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าม้งที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะยังคงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีชนเผ่าเอาไว้อย่างเหนียวแน่น จุดเด่นน่าชมของหมู่บ้านแห่งนี้คือ การนำเอาซากลูกระเบิด B-52 มาดัดแปลงทำเป็นรั้วบ้าน เสาบ้าน ทั่งตีเหล็ก รางข้าวหมู กระถางปลูกต้นหอม ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วน เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่นำไปขายให้กับพ่อค้ารับซื้อเศษเหล็ก

 

 

เมืองพูกรูด

นอกจากซากของลูกระเบิดที่ชาวบ้านนำมาดัดแปลงทำเป็นรั้วบ้าน กระถางปลูกต้นหอมของหมู่บ้านชนเผ่าม้งแล้ว หากมีเวลาพอควรแวะชมรถถังที่เมืองพูกรูด อยู่ถัดจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร ในปี พ.ศ.2511-2513 เมืงพูกรูดเคยเป็นสนามรบที่รุนแรงเป็นช่วงที่กองทัพอากาศอเมริกาทิ้งลูกระเบิดมากที่สุด เรียกบริเวณนี้อีกชื่อว่าสนามรบพูกรูด เห็นได้จากรถถังรัสเชียที่ทหารประเทศลาวกับเวียดนามเหนือเคยใช้ในสมัยสงสครามเวียดนาม บริเวณทางเข้าไปสำนักงานเมืองพูกรูด

 

 

ถ้ำพระ

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันตกประมาณ 45 กิโลเมตรจากตัวเมืองโพนสวรรค์มาประมาณ 42 กิโลเมตรก่อนถึงถ้ำพระจะผ่านหนองน้ำที่เรียกว่า หนองตั่ง หนองน้ำธรรมชาติสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร มีน้ำตลอดปี หลังจากนั้นนั่งรถต่อมาผ่านทิวทัศน์ที่งดงามของทุ่งบัวตอง ที่ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งรับลมหนาวมาราว 3 กิโลเมตรจะถึงบริเวณถ้ำพระ

ถ้ำพระ หรือ ถ้ำเชียงงา  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2537 ภายในมีพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 เมตร สูง 5 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างราวปี พ.ศ. 1320 รวมทั้งพระทองคำและพระไม้องค์เล็กอีกจำนวนมาก ผนังด้านในทางขวาของพระพุทธรูปพบภาพเขียนสีเกี่ยวกับพุทธศาสนา

 

 

หมู่บ้านเชียงงา

ที่ตั้ง: ถัดจากถ้ำพระมาทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร

หลังจากเที่ยวชมถ้ำพระแล้ว ก่อนกลับคุณจะบอกให้พนักงานในถ้ำพระพาไปหมู่บ้านเชียงงาก่อนก็ได้ หมู่บ้านเชียงงาเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวลาวลุ่ม ที่เหลือเป็นพวกขมุ ภายในหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของวัดเชียงงา ด้านขวามีพระอุโบสถที่ถูกทำลายด้วยระเบิดในสมัยสงครามเวียดนามจุดเด่นน่าชมอยู่ที่พระพุทธรูปเก่าแก่และโบราณวัตถุหาดูยากตั้งแต่ระฆัง ถ้วยชาม กาน้ำจากจีน หม้อต้มน้ำดื่ม ฯลฯ

 

 

เมืองคำ

จากเมืองโพนสะหวันมาทางทิศตะวันออกประมาณ 52 กิโลเมตร จะถึงเมืองคำ หลังจากนั้นถนนจะแยกออกเป็น 2 เส้น เส้นซ้ายมือคือทางหลวงหมายเลข 6 ซึ่งตัดตรงเข้าไปในเขตหัวพัน เส้นขวามือยังคงเป็นทางหลวงหมายเลข 7 ซึ่งตัดผ่านบ้านหนองแรดไปสิ้นสุดลงที่พรมแดนฝั่งเวียดนาม แม้เมืองคำจะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็มีสถานที่ท่องเท่ยวน่าสนใจเช่น หมู่บ้านผ้าทอ หมู่บ้านชาวเขา ถ้ำปิว หากมีเวลาพอก็ไม่ควรพลาดชมเช่นกัน

 

 

หมู่บ้านผ้าทอ

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองคำมาทางทิศตะวันออกประมาณ 6 กิโลเมตร

นอกจากหมู่บ้านผ้าทอ (บ้านซาง) จะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหม ผ้าทอ ที่ขึ้นชื่อของเชียงขวางแล้วภายในหมู่บ้านยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนส่วนใหญ่ประกออบอาชีพทำนา หาปลา และทำไคแผน ถัดมาทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตรจะพบบ่อน้ำร้อนขนาดเล็กสามารถเดินไปเที่ยวชมได้สะดวกก่อนกลับแวะซื้อผ้าทอจากชาวบ้านได้ในราคาย่อมเยา

 

 

ถ้ำปิว

ที่ตั้ง: ห่างจากตัวเมืองคำมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร

ในอดีตถ้ำปิวเคยเป็นสถานที่หลบภัยของชาวบ้านในช่วงที่กองทัพอเมริกาเริ่มทิ้งระเบิดลงในพื้นที่แขวงเชียงขวาง สว่นด้านบนของถ้ำ ทหารลาว และเวียดนามใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพ คอยสกัดกั้นกองทัพอากาศอเมริกา จนมาถึงในปี พ.ศ.2511 สมัยสงครามเวียดนามกองทัพอากาศของอเมริกาได้ยิงจรวดสารเคมีถล่มพื้นที่เขตนี้ ส่งผลให้ชาวบ้านทั้งชาย หญิง เด็ก และคนชราจำนวน 437 คนที่เข้าไปอาศัยหลบอยู่ภายในถ้ำเสียชีวิตทั้งหมด หลังจากนั้นขบวนการประเทศลาวได้นำศพผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ไปฝังบริเวณด้านหลังอนุสาวรีย์ถ้ำปิว ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่ผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณทางขึ้นมาถ้ำปิว

 

 

 

หลวงพระบาง
 
Luangprabang fans page 
Lao Advisor Co.,Ltd., Luang Prabang Lao PDR.