หลวงพระบาง ประเทศลาว
  หน้าแรก > ตารางเดินรถไฟ ไทย-ลาว
Thai Thai English English
Bookmark and Share
หน้าแรก
ภูมิศาสตร์ประเทศลาว
อาณาจักรล้านช้าง
หลวงพระบางวันนี้
แผนที่หลวงพระบาง
การเดินทาง
รถส่วนตัว
แหล่งท่องเที่ยว
อาหารลาว
พักผ่อนหย่อนใจ
เรียนภาษาลาว
เว็บบอร์ดเรารักหลวงพระบาง
 
Booking Hotels in Laos
 
 
พยากรณ์อากาศ...วันนี้
หลวงพระบาง, ประเทศลาว
 
อุณหภูมิ & เวลาท้องถิ่น
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
หลวงพระบาง
 
คู่มือเที่ยวลาว
การทำหนังสือเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าลาว
Do's & Don't in Laos
คู่มือสำหรับนักลงทุนในลาว
ขับรถส่วนตัวเที่ยวลาว
เช็ครถก่อนเดินทางไกล
กฏจราจรและป้ายสัญญาณ
สนามบินเวียงจันทน์
สนามบินหลวงพระบาง
สนามบินปากเซ
ฮีต 12 ครอง 14 ของคนลาว
การตักบาตรในหลวงพระบาง
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
ตารางเดินรถไฟ ไทย-ลาว

 

รถไฟระหว่างประเทศไทย-ลาว 1     รถไฟระหว่างประเทศไทย-ลาว 2 

การเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
มีทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง นั่นคือ
การนั่งรถไฟระหว่างประเทศจากจังหวัดหนองคาย (ไทย) ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1
ไปลงสถานีท่านาแล้ง บ้านโคกโพสี เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ (ลาว)
นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบตารางเดินรถและราคาค่าธรรมเนียมโดยสารได้จากข้อมูลที่อยู่ด้านล่าง 
 
สถานีรถไฟ จ.หนองคาย โทรศัพท์ 042-411636-7, 042-411592
 
 
ตารางเวลาเดินรถไฟระหว่างประเทศ ไทย-ลาว (หนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์) 

 
ขบวน
 
 
ต้นทาง
 
ออก
 
ปลายทาง
 
ถึง
 
 
หนองคาย
 
 
09.00 A.M.
 
ท่านาแล้ง
 
09.15 A.M.
 
914
 
 
ท่านาแล้ง
 
11.15 A.M.
 
หนองคาย
 
11.30 A.M.
 
917
 
 
หนองคาย
 
 
14.45 P.M.
 
ท่านาแล้ง
 
15.00 P.M.
 
918
 
 
ท่านาแล้ง
 
17.00 P.M.
 
หนองคาย
 
17.15 P.M.

 
ราคาค่าตั๋วโดยสาร
 
รถชั้น 3 ราคา 20 บาท/คน
 
รถชั้น 2 ราคา 30 บาท/คน
 
หมายเหตุ:  
การนั่งรถไฟระหว่างประเทศข้ามแดนจากประเทศไทยไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ยังคงใช้ระเบียบปฏิบัติของการผ่านแดนเช่นเดียวกับการผ่านด่านอื่นๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องมีหลักฐานคือ
หนังสือเดินทาง หนังสือผ่านแดน หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราวที่ออกให้ ณ ศาลากลางจังหวัดหนองคาย
โดยมีแนวปฏิบัติและขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ประเภทหนังสือที่ใช้ในการเดินทางข้ามแดน
* หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมฉบับละ 20 บาท
* หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass)
  หรือบัตรชั่วคราวสำหรับบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ค่าธรรมเนียมฉบับละ 80 บาท

2. การขอออกหนังสือผ่านแดน ณ ศาลากลางจังหวัดหนองคาย เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
    ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น.

3. เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการจัดทำ
* ภาพถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 ภาพ สวมชุดสุภาพ ไม่ใส่แว่นดำ
* สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่จังหวัดกำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
* บุคคลผู้มีสัญชาติไทยอายุ 1-15 ปี ให้ใช้ทะเบียนบ้านหรือสูจิบัตรแทนได้
    บิดาหรือมารดาต้องยินยอม และการเดินทางต้องอยู่ในความควบคุมของบิดาหรือมารดา
* กรณีขอทำบัตรผ่านแดน (บัตรปี) ต้องใช้สำเนาทะเบียนบ้านเพิ่มเติมด้วย

4. ขั้นตอนการจัดทำบัตรผ่านแดน หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว เขียนคำร้องคนละ 1 แผ่น
   ตามแบบที่กำหนด    ส่งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดหรือสามารถติดต่อได้ที่สถานีเดินรถ (ค่าเขียนคำร้อง 10 บาท)
   หนังสือผ่านแดนชั่วคราวสามารถใช้ในแขวงปลายทางของประเทศสปป.ลาวได้ เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน
 
 
พิธีต่อเชื่อมรางรถไฟสายประวัติศาสตร์     ป้ายสัญลักษณ์รถไฟ ป้ายแรกบนผืนแผ่นดินลาว
 
 
ความเป็นมาของการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้
 
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2540 รัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป.ลาวได้ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกัน
เพื่อให้มีการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างสองประเทศ และให้การรถไฟของทั้งสองฝ่ายร่วมกันกำหนดจำนวน
ขบวนรถโดยสารและตารางการเดินรถ ต่อมาวันที่ 1 ก.ค.2546 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความช่วยเหลือรัฐบาลสปป.ลาว
 
ในการก่อสร้างทางรถไฟจากช่วงกึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ถึงสถานีท่านาแล้ง ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร
ในวงเงิน 197 ล้านบาท โดยเป็นเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าร้อยละ 30 และเงินกู้ผ่อนปรนแบบมีเงื่อนไขร้อยละ 70
ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ ในระหว่างการประชุมร่วมรัฐมนตรีไทย-ลาว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2547
 
เนื่องจากกฎระเบียบในสัญญาฉบับเดิมล้าสมัย ทั้งสองฝ่ายจึงได้จัดทำสัญญาฉบับใหม่และได้ลงนามการตกลง
ว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกันในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ 6 ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2551
การเดินรถไฟระหว่างประเทศทั้งสองนี้จะเป็นการพัฒนาการขนส่งระบบราง และศักยภาพการขนส่งในอนาคต
 
ทั้งด้านผู้โดยสารและสินค้า รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายระบบการขนส่งในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติการเดินรถร่วมกันของการรถไฟทั้งสองประเทศ
 
 
สถานีรถไฟท่านาแล้ง เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์     สถานีรถไฟท่านาแล้ง เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ 2
 
 
พิธีเปิดเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศสายประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ
 
 
สมเด็จพระเทพฯ ทรงลั่นระฆังเปิดการเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์     สมเด็จพระเทพฯ ทรงฉายพระรูปร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศ สปป.ลาว
 
 
เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 5 มีนาคม 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จประทับรถไฟพระที่นั่ง
จากสถานีรถไฟอุดรธานี ถึงสถานีรถไฟหนองคาย เพื่อเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการเดินขบวนรถไฟเป็นปฐมฤกษ์
ระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว สายหนองคาย-ท่านาแล้ง ในการนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย
 
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายกษิตย์ ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี,
 
นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษาประชาชน
ในจังหวัดหนองคายเข้าเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น เจ้าหน้าที่ระสูงทางฝ่ายลาวนำโดย
นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป.ลาว, นายลัดตะนะมะนี คุนพิวง
 
ปลัดกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง, นายกอบแก้ว หลวงโดด รองอธิบดีกรมพิธีการทูต, นายสมปอง พนเสนา
รองหัวหน้าองค์การรถไฟลาว นำคณะเฝ้ารับเสด็จด้วย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จประทับพระราชอาสน์หน้าสถานีรถไฟหนองคาย
 
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตร จากนั้น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลถวายรายงานความเป็นมาของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์
และขอพระราชทานเชิญเสด็จฯ กดปุ่มแพรคลุมป้ายเปิดห้องสมุดการรถไฟเพื่อประชาชน พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ
 
ภายในห้องสมุด จากนั้นเสด็จไปยังขบวนรถไฟพระที่นั่ง ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดลงทะเบียนรายพระนามผู้โดยสารรถไฟ
ขบวนปฐมฤกษ์ ทรงลั่นระฆังปล่อยขบวนรถไฟ
 
 
นักเรียน-นักศึกษาลาวร่วมโบกธงแสดงความยินดี     บรรยากาศบนรถไฟระหว่างข้ามแม่น้ำโขง
 
 
จากนั้นเวลา 10.05 น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯโดยรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีท่านาแล้ง
เมืองหาดทรายฟอง สปป.ลาว ตามคำกราบบังคมทูลเชิญโดยมีท่านบุนยัง วอละจิด รองประธานประเทศ สปป.ลาว
พร้อมด้วย ดร.สมมาด พลเสนา รมต.กระทรวงโยธาธิการและก่อสร้าง คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของลาว
 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยและคณะรัฐมนตรี เฝ้ารอรับเสด็จที่ประตูทางลงรถไฟพระที่นั่ง
จากนั้นเสด็จฯ ประทับที่ห้องพักรับรองและร่วมเป็นประธานเปิดเดินรถไฟไทย-ลาว
โดยเสด็จฯ ประทับภายในเต็นท์รับรองร่วมกับท่านบุนยัง วอละจิด รองประธาน สปป.ลาว
 
 
จุดเชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1     ขบวนรถไฟระหว่างประเทศไทย-ลาว
 
 
นายสมมาด พนเสนา รมว.กระทรวงโยธาธิการและก่อสร้าง สปป.ลาว กล่าวว่า รัฐบาลลาวและประชาชนลาว
ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและประชาชนไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้โครงการฯนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ซึ่งรถไฟสายนี้มีความสำคัญยิ่งของประเทศ สปป.ลาว คือ เป็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลลาวกับรัฐบาลไทย
 
ประชาชนลาวกับประชาชนไทย เป็นรถไฟสายประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นรถไฟสายแรกของลาว
และมีความหมายสำคัญ แม้จะมีระยะทางเพียง 3.5 กม.ก็ตาม ในอนาคตจะมีการขยายเส้นทางเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะที่เหลืออีก 9 กม. ก็จะถึงนครหลวงเวียงจันทน์ และเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากรัฐบาลไทย
 
และประชาชนคนไทยเป็นอย่างดี เนื่องจากการขนส่งระบบรางเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
สังคมซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยและประชาชนคนไทย ก็ได้ให้ความช่วยเหลือ ความร่วมมือกับทางด้วยดีตลอดมา
เส้นทางรถไฟสายนี้ในอนาคตจะมีการขยายเพิ่ม เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ จะทำให้ประเทศลาว
 
ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเลสามารถเป็นตัวเชื่อมและเป็นทางผ่านไปยังประเทศอื่นๆ จึงความภาคภูมิใจของชาวลาว
ชาวไทย ตลอดจนประเทศอื่นๆ ทั้งในอนุภูมิภาคและภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนรัฐบาลลาว
ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้จนสำเร็จลุล่วงมาด้วยดี และขอรับมอบโครงการนี้ไว้เพื่อดำเนินการต่อไป
 
จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านบุนยัง วอละจิด รองประธานประเทศ สปป.ลาว
ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดเดินรถไฟไทย-ลาวอย่างเป็นทางการ โดยเสด็จฯ ตัดริบบิ้นปล่อยแพรป้ายลูกโป่ง
ปลูกต้นลีลาวดี และฉายพระรูปร่วมกับคณะฝ่ายลาวเป็นที่ระลึก       
 
 
 
หลวงพระบาง
 
Luangprabang fans page