หลวงพระบาง ประเทศลาว
  Home > LPB. NAVIGATOR > “ปากลาย” เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่น่าจับตา
Thai Thai English English
Bookmark and Share
Home Page
Lao Geography
Lane Xang Kingdom
Luang Prabang Today
Luang Prabang Map
Transportations
By Private Car
Visiting the Town
Laos Foods
Entertainments
Lao Language
Web Board
 
Booking Hotels in Laos
 
 
Forecast…Today
Luang Prabang, Laos PDR.
 
Temperature & Local Time
Click for Luang-Prabang, Lao Peoples Republic Forecast
Luang Prabang
 
Manuals to visit Laos
Passport
Visa fees Info.
Do's & Don't in Laos
Investment in Laos
Driving private to visit Laos
Check the car before travel
Laos traffic sign
Vientiane airport
Luangprabang airport
Pakse airport
Traditions & Faith
Morning alms giving
 
Antique House Restaurant, Luang Prabang
 
 

 

Custom Search
“ปากลาย” เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่น่าจับตา
 

“ปากลาย” เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่น่าจับตา

 

Paklay, Xaiyabouly Province 

 

ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ก่อให้เกิดเมืองซึ่งมีศักยภาพในการเป็นชุมทางการคมนาคม และขนส่งสินค้าขึ้นหลายจุด “เมืองปากลาย แขวงไชยะบุลี” ของสปป.ลาว ก็เป็นอีก 1 จุด ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต อีกไม่เกิน 2 ปีต่อจากนี้ ถนนที่ผ่านเมืองปากลายจะเป็นถนนปูยางทั้ง 4 ทิศ ซึ่งจะทำให้การเดินทางติดต่อค้าขายสะดวกยิ่งขึ้น ท่าน บัวพัน มักคะผน เจ้าเมืองปากลาย แขวงไชยะบุลี สปป.ลาว กล่าว

เป็นการตอกย้ำถึงอนาคตของเมืองปากลาย 1 ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของแขวงไชยะบุลี ว่ากำลังจะเป็นชุมทางสำคัญของพื้นที่ สปป.ลาวฝั่งตะวันตก ที่ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าทางเรือของแขวงที่สามารถส่งสินค้าขึ้นไปถึงจีน หรือนครหลวงเวียงจันทน์ผ่านทางแม่น้ำโขงผ่านท่าเรือคอนกรีตที่ประเทศออสเตรเลียมาสร้างให้เมื่อปี ค.ศ.1995 อันเป็นท่าเรือที่ดีที่สุดของลาวตอนเหนือ นั่นจะทำให้ ปากลาย กลายเป็นชุมทางสำคัญที่สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยวระหว่างไทย-ลาวตอนเหนือ-จีนตอนใต้ รวมถึงเวียดนามตอนเหนือทันที ถ้าถนนเสร็จตามแผน ต่อไปจากปากลาย เราจะไปนครหลวงเวียงจันทน์ก็ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง จะไปหลวงพระบางก็ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ท่าน บัวพันบอก ปัจจุบัน สปป.ลาวกำลังเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกจากเมืองปากลายในทุกทิศทาง คือ

ทางเหนือ

เส้นทางจากปากลาย-ไชยะบุลี ระยะทาง 152 กม. (เส้นทางหมายเลข 4 หลวงพระบาง-ไชยะบุลี-ปากลาย-ท่าลี่) และสามารถเชื่อมต่อไปถึงเมืองหลวงพระบางอีก 120 กม. (แต่ต้องข้ามแม่น้ำโขงที่ท่าเดื่อ โดยแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกได้ 80 ตัน) รวมระยะทาง 272 กม.ที่ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) 2,000 ล้านบาท ซึ่งแนวถนนสายนี้จะต่อโยงเข้ากับถนนสาย 13 เหนือ จากหลวงพระบาง-อุดมไซ (120 กม.สภาพถนนเป็นทางลาดยาง) ต่อไปถึงเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา (100 กม.) ข้ามพรมแดนไปถึงมณฑลยูนาน ประเทศจีน ในเส้นทางเดียวกัน (สาย 13 เหนือ จากหลวงพระบาง-เมืองไซ) เมื่อถึงเมืองน้ำบาก ซึ่งเป็น 3 แยก หากเลี้ยวขวาจะไปถึงเมืองเดียนเบียนฟู เวียดนาม (จากอุดมไซ-เดียนเบียนฟู 170 กม.) และยังต่อไปถึงกรุงฮานอยอีก 513 กม.ได้อีกด้วย

 

         

         

 

ทางใต้

เส้นทางจากปากลาย-เมืองแก่นท้าว ระยะทาง 78 กม. เมืองนี้อยู่ตรงกันข้ามกับ อ.ท่าลี่ จังหวัดเลยของไทย

 

         

 

ทางตะวันออก

เส้นทางจากเมืองปากลาย-นครหลวงเวียงจันทน์ (เส้นทางหมายเลข 11) ระยะทาง 210 กม. ที่ได้ปรับปรุงเป็นทางลาดยางแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น สปป.ลาวยังได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากนิวซีแลนด์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง บริเวณใกล้เคียงกับท่าแพขนานยนต์ที่เมืองปากลาย เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเมืองปากลาย-นครหลวงเวียงจันทน์ ความยาวสะพาน 384 เมตร มูลค่าก่อสร้างประมาณ 7.7 ล้านปอนด์ ซึ่งมีกำหนดที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2553 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ (2555) นั่นหมายถึงในอนาคตผู้คนจากภาคเหนือของไทย สามารถเดินทางไปนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ใกล้ที่สุดเพียง 422 กม. ผ่านเส้นทางอุตรดิตถ์-ปากลาย-เวียงจันทน์สายนี้ เส้นทางเหล่านี้นอกจากจะเอื้อต่อการขนส่งสินค้าของปากลายที่มีสินค้าส่งออกสำคัญ ทั้งผลิตภัณฑ์จากไม้ เฟอร์นิเจอร์ ข้าวโพด ตลอดจนสินค้าเกษตรอื่นๆ แล้ว ยังจะมีผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมาสินค้าเหล่านี้ก็จะถูกขนส่งผ่านเส้นทางต่างๆ เข้าสู่ตลาดจีน-เวียดนาม รวมทั้งไทยด้วย

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนอย่างน่าจับตาไม่น้อย โดยในกรณีของกลุ่มทุนไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการร่วมทุนในอุตสาหกรรม โรงเลื่อยและเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 13 โรง โรงงานเฟอร์นิเจอร์อีก 6 แห่ง เพียงแต่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปไม้นี้ ในอนาคตจะต้องได้รับผลกระทบจากนโยบายปิดป่าของแขวงไชยะบุลี ที่มีการประกาศใช้แล้วอย่างแน่นอน ขณะที่กลุ่มทุนจากจีนก็เริ่มเข้ามาลงหลักปักฐานที่ปากลายเช่นกัน โดยเจ้าเมืองปากลายบอกว่าขณะนี้มีกลุ่มทุนจากจีนเข้ามาลงทุนตั้งไซโลที่ปากลายเพื่ออบแห้งพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดเพื่อการส่งออกแล้ว 4 แห่งด้วยกัน รวมทั้งมีกลุ่มพ่อค้าจีนเข้ามาลงทุนกันมากขึ้น ท่านบัวพันยังบอกอีกว่า “การพัฒนาเส้นทางคมนาคมเหล่านี้ยังจะทำให้มีการเดินทางของผู้คนการท่องเที่ยวของปากลายเติบโตขึ้นในอนาคตอีกด้วย” ซึ่ง

ขณะนี้ที่ปากลายมีกิจการโรงแรม-เรือนพักอยู่ทั้งสิ้น เพียง 17 แห่ง รีสอร์ทอีก 1 แห่ง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 454 คนต่อคืน แต่เขาเชื่อว่ากิจการเรือนพักของปากลายยังสามารถขยายตัวได้มากกว่านี้อีกแน่นอน ด้วยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่หลากหลายและการพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่จะเริ่มสมบูรณ์ภายใน 2 ปีต่อจากนี้ นอกจากนี้ทางทิศตะวันตกของปากลาย ยังมีเส้นทางเชื่อมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ของไทยอย่างน้อยอีก 2 เส้นทาง หนึ่งในเส้นทางหลักที่มีการติดต่อค้าขายกันมานานก็คือ เส้นทางปากลาย-ด่านประเพณีผาแก้ว-บวมเลา ที่มีระยะทางเพียง 38 กม. เชื่อมกับด่านภูดู่ ซึ่งเส้นทางสายนี้ปัจจุบันยังเป็นถนนดินตลอดเส้นทางอยู่ เบื้องต้นประเมินกันว่าการปรับปรุงเส้นทางสายนี้จะใช้งบประมาณราว 520 ล้านบาท ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง ก็คือ ถนนจากเมืองปากลาย-เมืองทุ่งมีไซ ระยะทาง 53 กม. เชื่อมต่อกับช่องประเพณีมหาราช (เดิมชื่อช่องหมาหลง) ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก อุตรดิตถ์

 

         

                 

 

นาย สมชาติ คะวีรัตน์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นาย ทวีศักดิ์ ปิงวงศานุรักษ์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน บอกทำนองเดียวกันว่า พวกเขาต้องการผลักดันให้ด่านการค้าชายแดนช่องภูดู่ให้เป็นด่านสากล เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยเฉพาะระบบ Logistic ที่ลาวสามารถส่งผลผลิตมายังสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าลงไปทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนหน้านี้ลาวเคยทดลองส่งข้าวผ่านเข้ามาทางภูดู่ แล้วนำขึ้นรถไฟที่ศิลาอาสน์ส่งเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาในการขนส่งไปได้มาก นอกจากนี้หากสามารถผลักดันให้มีการพัฒนาด่านภูดู่-ปากลาย ยังจะทำให้เส้นทางสายนี้เชื่อมแหล่งมรดกโลก สุโขทัย-กำแพงเพชร-หลวงพระบาง รวมไปถึงฮา-ลองเบย์ของเวียดนามเข้าด้วยกัน โดยมีการเดินทางผ่าน จ.อุตรดิตถ์ รวมทั้งสามารถผลักดันให้เปิดเส้นทาง R9B เมียวดี-ตาก-สุโขทัย-กำแพงเพชร-อุตรดิตถ์-ไชยะบุลี ซึ่งทวีศักดิ์บอกว่าที่ผ่านมาเคยมีการพูดคุยกันระหว่างหอการค้า จังหวัดตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ พยายามเริ่มต้นผลักดันเส้นทางการท่องเที่ยวสายนี้เช่นกัน เพราะถ้าดูแล้วหากโครงข่ายถนนใน สปป.ลาวเสร็จ จะสามารถเดินทางท่องเที่ยว 3 ประเทศในระยะทาง 400 กว่า กม.ได้ภายในวันเดียว.

 

 

ที่มา: ผู้จัดการ 360 องศา  

 

หลวงพระบาง