.jpg)
“กรีนบัส” ยึดเส้นทางเดินรถทั่วลุ่มแม่น้ำโขง ล่าสุดเตรียมเปิดเดินรถประจำทางเส้นทาง “เชียงใหม่-หลวงพระบาง”
ประมาณเดือนมีนาคม 2553 แย้มราคาค่าโดยสารเบื้องต้นอยู่ที่ 1,000 บาท เล็งเป้าหมายหลักกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ระบุหากสำเร็จพร้อมขยายเดินรถถึงนครหลวงเวียงจันทน์ และเตรียมเดินทางพร้อมคณะของผู้ว่าฯไปสิบสองปันนา
ลุ้นให้บริษัท เพชรอรุณ ทำ MOU กับจีนเปิดเส้นทาง “เชียงใหม่-คุนหมิง”
นายสมชาย ทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด
ซึ่งดำเนินธุรกิจเดินรถโดยสารประจำทางครอบคลุมเส้นทางในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ที่รู้จักกันดีในชื่อ “กรีนบัส” (Green Bus) เปิดเผยว่าในช่วงปลายเดือนมกราคม 2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
จะเป็นหัวหน้าคณะนำภาครัฐและภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปสิบสองปันนา ประเทศจีน
เพื่อเจรจาความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างกัน ซึ่งตนเองจะเดินทางร่วมคณะ โดยตั้งเป้าหมายจะได้เจรจากับ
ผู้ประกอบการจีนถึงความร่วมมือในเรื่องของการ เปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางไปยังจีน
ด้วยเส้นทางถนน R3a ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนเช่นกันเบื้องต้นบริษัท เพชรอรุณ
ที่ร่วมมือกันเดินรถในเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบาง กำลังได้รับใบอนุญาตเดินรถเส้นทางบ่อแก้ว-คุนหมิง
ร่วมกับทางผู้ประกอบการเดินรถของจีน ซึ่งหากความร่วมมือดังกล่าวเรียบร้อย
บริษัทฯ ก็เตรียมที่จะเข้าไปร่วมด้วย โดยการเชื่อมระบบการจำหน่ายตั๋วและส่งต่อผู้โดยสารในลักษณะเดียวกันกับ
การเดินรถในเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบาง ที่ร่วมมือกับผู้ประกอบการลาว
นอกจากนี้ หาก เป็นไปได้จะพยายามให้มีการทำ MOU กันให้ได้ ซึ่งเส้นทางเชียงใหม่-คุนหมิง
ถือว่าเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดใช้เส้นทาง R3a อย่างเต็มรูปแบบ
เพราะเมื่อมีการทำธุรกิจซื้อขายระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีการเดินทางไปมาระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
“เส้นทางเชียงใหม่-คุนหมิง นับเป็นเส้นทางที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถนน R3a มีการเปิดใช้เต็มรูปแบบ
มองว่าการใช้บริการรถโดยสารในเส้นทางนี้เพื่อเดินทางไปมาระหว่างกันจะต้องเพิ่มอีกหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน
ตามปริมาณการซื้อขายและการทำธุรกิจระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายชัดเจนที่จะพยายามบุกเบิกการเดินรถ
ในเส้นทางให้ได้โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการจีนและลาว” กรรมการผู้จัดการ บริษัทชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด กล่าว
นายสมชาย ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเชื่อมระบบการจำหน่ายตั๋วโดยสาร ในเส้นทางเดินรถระหว่าง
เชียงใหม่-หลวงพระบาง ว่า ขณะนี้ได้ร่วมมือกับ บริษัทเพชรอรุณ ผู้ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง
ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ดำเนินการเตรียมความพร้อมต่างๆ คืบหน้าไปมากแล้ว
ทั้งในส่วนของการวางระบบ IT เพื่อเชื่อมข้อมูลการจำหน่ายตั๋วเดินทาง
รวมทั้งการฝึกอบรมพนักงานให้แก่ทางผู้ประกอบการลาว ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถ
เริ่มเปิดเดินรถโดยสารให้บริการนักท่องเที่ยวได้ ประมาณเดือนมีนาคม 2553
ทั้งนี้ในช่วงแรกของการให้บริการเดินรถโดยสารในเส้นทางนี้ จะเป็นไปในลักษณะของการเชื่อมต่อระบบขายตั๋วระหว่างกัน
โดยที่ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ต้นทางเพียงจุดเดียว เช่น ซื้อตั๋วที่เชียงใหม่
จะออกเดินทางจากเชียงใหม่ด้วยรถโดยสารของบริษัทฯ ไปถึง อ.เชียงของ จ.เชียงราย แล้วนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง
ไปยังแขวงบ่อแก้วฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
และโดยสารรถของผู้ประกอบการลาวต่อไปจนถึงหลวงพระบาง
ขณะที่หากซื้อตั๋วที่หลวงพระบาง ก็จะเป็นการเดินทางย้อนกลับมาในลักษณะเดียวกัน
โดยราคาตั๋วโดยสารในเส้นทางนี้เบื้องต้นมีการกำหนดไว้ที่ประมาณ 1,000 บาท
“การลงทุนเพื่อเปิดเดินรถเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบาง กับผู้ประกอบการเดินรถลาว
ในช่วงแรกนี้ใช้เงินประมาณ 20 ล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของการซื้อรถโดยสารใหม่ประมาณ 18 ล้านบาท
การวางระบบ IT เชื่อมต่อข้อมูลประมาณ 2 ล้านบาท และจัดอบรมพนักงานให้กับทางลาวประมาณ 1 ล้านบาท
ขณะที่อนาคตอาจจะมีการลงทุนในส่วนของการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารทางฝั่งลาว
และเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงเปิดใช้ก็มีเป้าหมายที่จะเดินรถไปกลับเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบางโดยตรงเลย”
นายสมชาย กล่าวสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้บริการรถโดยสารในเส้นทางเชียงใหม่-หลวงพระบาง
นายสมชาย กล่าวว่า กลุ่มผู้ใช้บริการหลักที่มองไว้จะเป็นในส่วนของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังเชียงของ เฉลี่ยวันละประมาณ 50 คน
และมีจากเชียงของที่ข้ามไปยังฝั่งแขวงบ่อแก้วอีกจำนวนหนึ่ง จึงน่าจะเป็นโอกาสดีในการเปิดให้บริการเดินรถในเส้นทางนี้
เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวเชียงใหม่และหลวงพระบาง
ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างกันได้เป็นอย่างดี
ในอนาคตหากการเปิดบริการเดินรถโดยสารประจำทางในเส้นทางเชียงใหม่ -หลวงพระบางประสบความสำเร็จด้วยดี
จะขยายเส้นทางการเดินรถเชื่อมต่อไปจนถึงนครเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสปป.ลาวอีกด้วย
โดยมองว่าน่าจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเชียงใหม่-หลวงพระบาง
|